วรรณกรรมคืออะไร

Literature

เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ค่อยให้ความสนใจมากเท่าไหร่นัก หรือบางคนอาจจะไม่รู้จักเลยว่าก็ว่าได้ สำหรับเรื่องของวรรณกรรม ที่เราเรียนกันมาตั้งแต่เด็กจนโตนั่นเอง เราลองมาดูความหมายที่แท้จริงดูว่ามันคืออะไร และแบ่งออกเป็นกี่ประเภท เราจะได้รู้และได้ร่วมกันอนุรักษ์วรรณกรรมดีๆของไทยเอาไว้ต่อไป

วรรณกรรมนั้นหมายถึง ผลงานที่เกิดจากจินตนาการและเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือหรือจะบรรยายออกมาเป็นการขับร้องก็ถือว่าเป็นวรรณกรรมทั้งสิ้น และยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นสองประเภทต่อมาอีก นั่นก็คือวรรณกรรมที่เป็นการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และวรรณกรรมที่เป็นแนวเรื่องเล่าที่เล่ากันต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นเหมือนเป็นตำนานนั่นเอง

แต่สำหรับรรณกรรมไทยนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทดังนี้คือ

1.ร้อยแก้ว คือวรรณกรรมประเภทเรื่องราวทั่วไปเป็นลักษณะของการบอกเล่าเรื่องราวต่างที่ออกมจากจินตนาการของผู้เขียน

2.ร้อยกรอง คือวรรณกรรมเป็นงานเขียน ประเภทที่มีคำคล้องจองกันมา หรือสัมผัสของอักษรต่าง ๆ นั่นเอง

สำหรับผู้ประพันธ์ ที่เรารู้จักกันในนามกวีเอกก็คือ สนทรภู่นั่นเอง ที่ผลงานของท่านหลายเรื่อง กลายมาเป็นหนังสือแบบเรียนให้เราได้เรียนกันจนถึงยุคนี้ แบบร้อยกรองยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็นหลายอย่างอีก อย่างเช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย

ซึ่งร้อยกรองแบบต่าง ๆ เราก็คงจะเรียนกันผ่านมาบ้าง ในแบบเรียนภาษไทยนั่นเอง

และวรรณกรรมนั้น สามารรถที่จะแบ่งแยกย่อยออกไปอีกได้อีกถึงสองประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ

1.วรรณกรรมที่เป็นสารคดี ซึ่งก็คือเป็นหนังสือหรือเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่อเป็นความรู้ แง่คิดให้แก่ผู้อ่านซึ่งจะแต่งเป็นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็แล้วแต่ผู้เขียนเอง

2.วรรณคดีที่เป็นบันเทิง คือสิ่งที่แต่งหรือเรื่องราวที่เขียนขึ้นมานั้น เน้นความบันเทิงสนุกสนานเป็นหลัก เช่นการเขียนนิยาย หรือการ์ตูนเป็นต้นที่มีตัวละครต่าง ๆอยู่ในเนื้อเรื่องที่เราอ่าน

ทั้งหมดนี้คือ การแบ่งวรรณคดี ที่ใช้กันในปัจจุบัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคนอ่าน ว่าเลือกจะอ่านวรรณคดีประเภทไหน มีวรรณคดีที่มีคุณค่าหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นของไทย หรือของต่างประเทศ

เป็นวรรณคดี ที่คนทุกคนควรจะอ่าน เพราะมีแง่คิดและข้อเตือนใจหลายๆอย่างอยู่ในนั้น แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่า วรรณคดีต่างๆจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ เพราะอย่างที่เราเห็น ว่าเทคโนโลยีทุกวันนี้เข้ามามีบทบาทมากกว่า คนเลยไม่นิยมการอ่านหนังสือมากเหมือนแต่ก่อน มีแต่คนตั้งหน้าตั้งตาจิ้มโทรศัพท์อย่างเดียวเท่านั้น

ทำให้วรรณคดีหลายๆ เรื่องต้องหายจากไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งเป็นยุคนี้ ช่องทางในการเผยแพร่วรรณคดี น่าจะมากกว่าแต่ก่อน เพราะมีหลายช่องทางให้คนได้เข้าถึงง่ายกว่าเดิมเรา ซึ่งในฐานะคนรุ่นหลัง ควรจะหันมาให้ความสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องของวรรณคดีให้มากกว่าเดิม

เพื่อที่จะได้เป็นการอนุรักษ์ วรรณคดีของไทยที่ทรงคุณค่า ให้คงอยู่ตลอดไป ไม่สูญหายก่อนเวลาอันควร ไม่ว่าจะเป็นการหันมาอ่าน หรือ การแนะนำคนให้อ่านหนังสือให้มากขึ้น  ไม่ควรจะให้อยู่แค่ในหนังสือเรียนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะคนที่เรียนแคในหนังสือ ไม่นานก็ลืมหมดแล้ว